บ้านใส่ใจ carefor.org

สร้างความรัก ความเข้าใจที่บ้าน ที่ทำงาน & สังคม

We have 830 friends Online

เคล็ดลับ : พูดอย่างไรทำให้คุณได้รับความร่วมมือแทนการต่อต้าน


เคล็ดลับ : พูดอย่างไรทำให้คุณได้รับความร่วมมือแทนการต่อต้าน
 

ใช่ไหมครับที่ว่า คุณอยากได้รับความร่วมมือ & ความเข้าใจแทนการต่อต้าน ทั้งในครอบครัว ในการทำงาน ในชุมชน

=====================

แต่ลองสังเกตคำพูดของคุณครับว่า
คุณนั้นคุ้นชินกับการพูดตัดสิน ตีความ โดยไม่รู้ตัวหรือไม่?


=====================

คุณเคยพูดอะไรทำนองนี้ไหม

ทำไมเธอมาสาย” 
พวกนักการเมืองเนี่ยโกงทั้งนั้น” 
ลูกพูดไม่เพราะเลย” 
เขาไม่รับผิดชอบเอาเสียเลย” 
เด็กๆทำตัวดีมากเลย น่ารักจริงๆ” 
เอาแต่เล่นเกมคอมพิวเตอร์ ข้าวปลาก็ไม่กิน”
ลูกใช้เงินฟุ่มเฟือยมากเลย พ่อทำงานมาเหนื่อยนะลูก”
คุณสูบบุหรี่กินเหล้าทุกวัน เดี๋ยวก็เป็นมะเร็งปอด ตับแข็งหรอก” 
คุณสูบบุหรี่กินเหล้าทุกวัน เดี๋ยวก็เป็นมะเร็งปอดหรอก” 
พ่อกินเหล้าบ่อยๆ เดี๋ยวก็เป็นตับแข็งหรอกพ่อ” 
แม่น่ะดื้อ ไม่สบายก็ไม่ยอมไปหาหมอ แม่จะรอให้เป็นมากๆก่อนหรือยังไง ดื้อจริงๆ” ฯลฯ

ผลก็คือ พูดไปแล้ว อีกฝ่ายไม่ชอบเรา ต่อต้านเรา
เถียงกลับมา หรือนิ่งเงียบ และไม่ทำตามคำขอของเรา

=====================

ข่าวดีเราเปลี่ยนได้ครับ เปลี่ยนการตัดสิน ตีความ ให้เป็นความร่วมมือ ความเข้าใจกัน

ทำยังไงหรือครับ 
ทำได้อย่างง่ายมากครับ


=====================

หลักคิดคือ : 

พูดสิ่งที่คุณเห็นหรือได้ยินอย่างตรงไปตรงมา
เหมือนกับการบันทึกด้วยกล้องวีดิโอ 

และถ้าคุณจะกล่าวอ้างถึงคำพูดของใคร 
ให้คุณพูดคำเดียวกับที่เขาพูดโดยไม่เปลี่ยนแปลงคำพูดของเขาครับ

แล้วตามด้วยการบอกความรู้สึกจากหัวใจ บอกความต้องการ หรือคำขอร้องของเรา ...

=====================

แปรเปลี่ยนคำว่า “ทำไมเธอมาสาย” เป็น “เรานัดกันตอน 9 โมงเช้า ฉันเห็นเธอมาตอน 11 โมง” 

ตามด้วยคำพูด ...ฉันเป็นห่วง อยากให้แน่ใจว่าปลอดภัย เธอสบายดีนะ..

........................................

เปลี่ยนคำว่า “พวกนักการเมืองเนี่ยโกงทั้งนั้น” เป็น “ฉันอ่านหนังสือพิมพ์บอกว่ามีนักการเมืองคนหนึ่งโกงเงินประชาชน” 

ตามด้วยคำพูด ...ฉันรู้สึกเดือด ต้องการความชัดเจนว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่

........................................

เปลี่ยนคำว่า “ลูกพูดไม่เพราะเลย” เป็น “แม่ได้ยินลูกพูดว่า ‘เพื่อนผมมันมาตีหัวผม มันเลวมากเลยแม่’” 

ตามด้วยคำพูด ...ลูกเจ็บไหม มาดูหน่อยซิลูก เรื่องมันเป็นยังไงหรือลูก ...

........................................

เปลี่ยนคำว่า “เขาไม่รับผิดชอบเอาเสียเลย” เป็น “เขาบอกว่าจะส่งรายงานเมื่อวานนี้ วันนี้ฉันยังไม่ได้รับรายงานชิ้นนั้น” 

ตามด้วยคำพูด ... ฉันเป็นห่วงนะ กลัวงานพวกเราส่งไม่ทันเวลา .. ฉันขอปรึกษาหน่อยนะ เราจะทำอย่างไรกันดี ... 

........................................

เปลี่ยนคำว่า “เด็กๆทำตัวดีมากเลย น่ารักจริงๆ” เป็น “ครูเห็นเด็กๆนำเศษอาหารมาทิ้งในถังขยะ” 

ตามด้วยคำพูด ...ครูชื่นชมมากค่ะ ขอบใจมากนะที่ช่วยรักษาความสะอาด

........................................

เปลี่ยนคำว่า “เอาแต่เล่นเกมคอมพิวเตอร์ ข้าวปลาก็ไม่กิน” เป็น “แม่เห็นลูกนั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ลูกกลับบ้านจนถึง 2 ทุ่ม”

 

ตามด้วยคำพูด ...แม่เป็นห่วงสุขภาพ แม่ขอร้องลูกมาทานข้าวแล้วค่อยเล่นเกมต่อจะได้ไหมลูก

........................................

เปลี่ยนคำว่า “ลูกใช้เงินฟุ่มเฟือยมากเลย พ่อทำงานมาเหนื่อยนะลูก” เป็น “พ่อได้ยินลูกบอกว่าขอเงินสัปดาห์ละ 2,000 บาท”

 

ตามด้วยคำพูด ...พ่อกังวลใจมากเพราะตอนนี้รายได้พ่อน้อยลง พ่อขอร้องลูกใช้เงินสัปดาห์ละไม่เกิน 1,500 บาทจะได้ไหมลูก

........................................

เปลี่ยนคำว่า “คุณสูบบุหรี่กินเหล้าทุกวัน เดี๋ยวก็เป็นมะเร็งปอด ตับแข็งหรอก” เป็น “2 อาทิตย์มานี้ ฉันเห็นคุณสูบบุหรี่กินเหล้า 6-7 ครั้ง”

 

ตามด้วย... ฉันเป็นห่วงสุขภาพมากๆ ฉันขอร้องคุณช่วยลดสูบบุหรี่) เปลี่ยนคำว่า “คุณสูบบุหรี่กินเหล้าทุกวัน เดี๋ยวก็เป็นมะเร็งปอดหรอก” เป็น “ฉันเห็นคุณสูบบุหรี่วันละ 1 ซอง” (ฉันเป็นห่วงคุณนะ ฉันรักคุณอยากให้คุณอยู่กับฉันไปนานๆ ฉันขอร้องคุณช่วยลดบุหรี่ลงเหลือวันละสักครึ่งซองจะได้ไหม รักนะจุ๊บๆ) 

........................................

เปลี่ยนคำว่า “พ่อกินเหล้าบ่อยๆ เดี๋ยวก็เป็นตับแข็งหรอกพ่อ” เป็น “สัปดาห์ที่ผ่านมา หนูเห็นพ่อกินเหล้า 4-5 วัน”

 

ตามด้วยคำพูด ...หนูเป็นห่วงสุขภาพค่ะ พ่อคะหนูรักพ่อ อยากให้พ่ออยู่กับพวกเราไปนานๆ หนูขอร้องพ่อช่วยลดกินเหล้าเหลือสัปดาห์ละ 2 วันจะได้ไหมคะ 

........................................

เปลี่ยนคำว่า “แม่น่ะดื้อ ไม่สบายก็ไม่ยอมไปหาหมอ แม่จะรอให้เป็นมากๆก่อนหรือยังไง ดื้อจริงๆ” เป็น “หนูเห็นแม่ไอค๊อกแค๊กมา 4-5 วันแล้ว หนูบอกจะพาไปหาหมอ แม่บอกว่าไม่ไป”

 

 

ตามด้วยคำพูด ...หนูเป็นห่วงสุขภาพ หนูรักแม่ อยากดูแลเอาใจใส่ หนูขอร้องแม่ไปหาหมอกับหนูเถอะนะคะแม่... ถ้าแม่เป็นอะไรไป หนูคงรู้สึกผิดไปจนตายแน่เลยค่ะแม่...

=====================

สรุป

การแปรเปลี่ยนการตัดสิน ตีความของเรา และตามด้วยการบอกความรู้สึกจากหัวใจ บอกความต้องการ ขอร้องด้วยความอ่อนโยนเช่นนี้ นำไปสู่ความรักความเข้าใจ ความร่วมมือ เกิดความราบรื่นในความสัมพันธ์ นำความสบายใจมาให้แทนความรู้สึกผิด อึดอัดใจ หงุดหงิด โกรธ ตอบโต้กันด้วยความรุนแรงหรือเงียบเฉยด้วยความขัดเคืองใจอยู่ในใจ

=====================

ด้วยความรัก
ขอให้มีความสุข เรามาร่วมแบ่งปันความรัก & ทำให้โลกนี้ดีขึ้นร่วมกันนะครับ
นริศ มณีขาว
บ้านใส่ใจ www.carefor.org
FB บ้านใส่ใจ carefor.org
youtube.com/riscarefor
Line "@narislove"